PROCESS
FINNIX PROCESS
Preparation and Application
การเคลือบสีรถด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากครับ แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “ตอนลงน้ำยา” แต่อยู่ที่ “การเตรียมผิว” เพื่อให้น้ำยาเกาะติดทนนานและให้ความเงางามสูงสุด
นี่คือขั้นตอนแบบมืออาชีพ
1. Wash
การล้างทำความสะอาด
ขั้นตอนแรกคือการกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกออกให้หมดก่อน
- ฉีดน้ำไล่ฝุ่น: ฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อไล่เม็ดทรายและฝุ่นหนักๆ ออก
- ล้างด้วยแชมพู: ใช้ถุงมือล้างรถ (Mitt) แยกฟองน้ำสำหรับส่วนบนและส่วนล่างของรถ (กันรอยขนแมว)
- เช็ดให้แห้ง:ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เกรดดีซับน้ำจนแห้งสนิท
2. Surface Prep
การเตรียมผิว - สำคัญมาก
ถ้าล้างเสร็จแล้วลูบผิวรถดูแล้วรู้สึกสากมือ แสดงว่ามีคราบฝังแน่น ต้องทำขั้นตอนนี้ครับ
- ลูบดินน้ำมัน (Clay Bar): ใช้น้ำยาหล่อลื่นหรือน้ำสบู่ฉีด แล้วใช้ดินน้ำมันสำหรับล้างรถลูบเบาๆ เพื่อดึงคราบยางมะตอย หรือละอองสิ่งสกปรกที่ล้างไม่ออก
- เช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง: ให้ผิวรถเนียนลื่นเหมือนแก้ว
3. Protect
การลงน้ำยาเคลือบสี
วิธีลงจะขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำยาที่คุณใช้:
|
ประเภทน้ำยา |
วิธีการลง |
ความทนทาน |
|
แบบสเปรย์ (Spray Wax) |
ฉีดแล้วเช็ดตามได้เลย ง่ายที่สุด |
1-2 สัปดาห์ |
|
แบบครีม/ขี้ผึ้ง (Paste Wax) |
ป้ายใส่ฟองน้ำ ทาวนเป็นวงกลม ทิ้งไว้ให้ขึ้นฝ้าแล้วเช็ดออก |
1-2 เดือน |
|
ซีแลนท์ (Sealant) |
ทาบางๆ ทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนดแล้วเช็ดออก ให้ความเงาใส |
3-6 เดือน |
เทคนิคการลง:
- ทำทีละส่วน: อย่าทาทั้งคันทีเดียว ให้ทำเป็นส่วนๆ เช่น ฝากระโปรงก่อน แล้วค่อยไปประตู
- อย่าลงกลางแดด: ควรทำในที่ร่มและผิวรถต้องไม่ร้อน มิฉะนั้นน้ำยาจะแห้งไวเกินไปจนเช็ดยากและเป็นคราบ
4. Buffing
การเช็ดเก็บงาน
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดและแห้ง เช็ดคราบน้ำยาที่แห้งตัวแล้วออก
- เช็คความเรียบร้อย: ใช้ไฟฉายหรือแสงแดดส่องดูว่ามีคราบหลงเหลือ (Haze) หรือไม่
⚠️ ข้อควรระวัง
- อย่าใช้ผ้าผืนเดียวทำทุกอย่าง: แยกผ้าสำหรับเช็ดแห้ง และผ้าสำหรับเช็ดแว็กซ์
- ปริมาณน้ำยา: การลงน้ำยาเยอะไม่ได้แปลว่าเงากว่าเดิม แต่จะทำให้เช็ดออกยากและเปลืองแรงครับ